หอมกลิ่นน้ำมันมะกอก..กลิ่นอายแห่งความคลาสสิก

หลายๆคนคงจะรู้จักน้ำมันมะกอกเป็นอย่างดีโดยเฉพาะหนุ่มสาวสายสุขภาพ เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าน้ำมันชนิดนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน ทั้งสรรพคุณด้านความงาม ทำให้ผิวกระจ่างใสชุ่มชื่นมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินอีไม่ทำให้ผิวแห้งหยาบกร้าน ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น และลดริ้วรอยชะลอความแก่ รวมถึงน้ำมันชนิดนี้ยังสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้อีกด้วย แต่วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องความสวยความงามจากน้ำมันมะกอกกันก่อน ว่าแล้วก็ไปหยิบขวดน้ำมันมะกอกมาเตรียมกันไว้ได้เลย
น้ำมันมะกอกนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิดให้เราได้เลือกใช้ ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการผลิตและการนำไปใช้ประโยชน์ น้ำมันชนิดนี้มีสีเหลืองทองไปจนถึงสีเลืองอมเขียวใสและเป็นน้ำมันที่สกัดจากผลของมะกอก กลิ่นหอมของน้ำมันมะกอกเป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้วยคุณลักษณะที่มีความหนืดเล็กน้อย เวลาลูบไล้ไปตามผิวหนังเราจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มชุ่มชื่นผิว ราวกับว่าน้ำมันสีทองใสบริสุทธิ์นี้ได้ซึมซาบลงสู่ทุก อนูของผิวหนัง ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ทำให้ผิวหนังทีหยาบกร้านได้ถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง นอกจากนี้ความเงาวาวจากน้ำมันยังช่วยขับสีผิวเดิมให้แลดูสุขภาพดีได้อีกด้วย
นอกจากผิวหนังดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว น้ำมันมะกอกยังสามารถใช้เพื่อบำรุงผมและหนังศีรษะของเราได้อีกเช่นกัน แค่โลมให้ทั่วหนังศีรษะแล้วนวดเบาๆ จะช่วยให้ผมนิ่มมีน้ำหนักมากขึ้น นอกจากน้ำมันมะกอกจะช่วยป้องกันการเกิดรังแคแล้วยังช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้เช่นกัน กลิ่นหอมของน้ำมันมะกอกและการนวดจะช่วยให้ผ่อนคลาย จนอาจทำให้คุณเผลอหลับกันได้เลยทีเดียว
เชื่อกันว่า ”น้ำมันมะกอก” เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความงามของพระนางคลีโอพัตรา ที่เล่าขานสืบต่อกันมา เพราะเหตุนี้เองน้ำมันมะกอกจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ให้กับร่างกายของเราตั้งแต่หัวจรดเท้า จากสรรพคุณที่กล่าวมา เรียกได้ว่าน้ำมันมะกอกกินก็ได้ใช้ภายนอกก็ดี ถ้าสุขภาพดีผิวสวยแล้วอย่าลืมชวนคนข้างๆ มานวดมาทาน้ำมันมะกอกให้กลิ่นอบอวนทั่วห้องกันด้วยนะ เพราะแน่นอนว่าคุณจะได้กลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะคนสมัยก่อนที่ใช้น้ำมันมะกอกตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ทำให้เราได้กลิ่นอายแห่งความคลาสสิกแบบย้อนยุค
ยิ่งหากเป็นช่วงหน้าหนาวด้วยแล้ว สมัยก่อนยังไม่มีครีมบำรุงผิวให้เลือกมากขนาดนี้ ทำให้เราต่างก็ได้กลิ่นอายของน้ำมันมะกอกกันทั่วทั้งบาง..ซึ่งแม้ในปัจจุบันความนิยมจะลดน้อยลงไปมากก็ตาม แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังคงหลงใหลกลิ่นอายแห่งวันวานอย่างน้ำมันมะกอกนี้…