อยากเป็นหนุ่มตัวหอมต้องเลือกใช้น้ำหอมให้เหมาะตามสภาพผิว

การเลือกกลิ่นน้ำหอมตามสภาพผิว ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกน้ำหอมกลิ่นต่างๆ เพราะไม่เพียงแต่จะต้องเลือกน้ำหอมตามโทนกลิ่นหรือตามความเหมาะสมต่อการใช้งานแล้ว การเลือกให้เข้ากับสภาพผิวของคุณหนุ่มๆ ยังมีความสำคัญไม่แพ้กับการเลือกน้ำหอมจากองค์ประกอบอื่นๆ รวมทั้งตำแหน่งในการฉีดอีกด้วย

ปัจจัยที่ทำให้น้ำหอมมีกลิ่นที่แตกต่างกัน
ปัจจัยภายนอกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาพดิน ฟ้า อากาศ แม้แต่สภาพผิวหนังของผู้ใช้ มีส่วนทำให้น้ำหอมแสดงศักยภาพในการส่งกลิ่นความหอมออกมาได้สูงสุด โดยเฉพาะสภาพผิวกาย รวมทั้งระดับของค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือ ค่า pH ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะมาตัดสินว่าน้ำหอมชนิดนั้นๆ เหมาะกับการใช้งานหรือบุคลิกของคุณมากแค่ไหน โดยเฉพาะค่าความเป็นกรด-ด่างจะเป็นตัวที่มากระตุ้นให้ส่วนผสมในน้ำหอม มีการเผยหรือแสดงกลิ่นออกมาในแต่ละรูปแบบของการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือเหม็นเค็ม

หนุ่มผิวมันหรือผิวผสม
หนุ่มผิวมันหรือผิวผสมอาจจะมีทั้งความโชคดีและโชคร้าย เพราะหลังจากที่ฉีดน้ำหอมไปแล้วจะทำให้กลิ่นน้ำหอมอยู่ติดทนนานเมื่อได้สัมผัสกับน้ำมันบนผิวของคุณ สังเกตได้อย่างชัดเจนว่า หนุ่มผิวมันเมื่อฉีดน้ำหอมไปแล้วจะทำให้กลิ่นกายมีความหอมเซ็กซี่น่าหลงใหลและมีเสน่ห์ควาหมอมมากกว่าคนผิวแห้ง แต่อาจจะมีความโชคร้ายคือ แม้น้ำหอมจะติดผิวกายได้ดีแต่การที่มีผิวมันๆ จะทำให้เป็นสาวที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ เมื่อน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นตัวหรือกลิ่นเหงื่ออาจจะทำให้กลายเป็นความน่าสะพรึงอย่างที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้

หนุ่มผิวแห้ง
การฉีดน้ำหอมสำหรับหนุ่มผิวแห้ง ส่วนใหญ่กลิ่นความหอมจะไม่ค่อยเปลี่ยนจากต้นฉบับเท่าไหร่นัก เพราะสภาพผิวที่ไม่ค่อยจะมีปัญหา และอาจจะเป็นผิวที่ดูดซับกลิ่นได้ดีเป็นพิเศษ ส่วนข้อเสียคือ หากคุณหนุ่มๆ เลือกใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นเบาบางหรือมีส่วนผสมของน้ำมันหอมน้อยหรือเจือจางเกินไป อาจทำให้กลิ่นจางหายไปรวดเร็วกว่าคนผิวมัน และด้วยสภาพผิวแห้งอาจทำให้น้ำหอมดูดซับได้เร็วก็จริง แต่ก็จะทำให้ระเหยเร็วตามไปด้วย เพราะผิวไม่สามารถเก็บกลิ่นได้นาน ทำให้หนุ่มผิวแห้งอาจจะเปลืองการฉีดน้ำหอมอยู่บ่อยๆ
หนุ่มผิวมันควรหลีกเลี่ยงน้ำหอมที่มีส่วนผสมของกลิ่น Musk หรือ Earth เพราะอาจจะยิ่งทำให้เหม็นระหว่างวัน หากเลี่ยงไม่ได้ก็เลือกแบบที่มีส่วนผสมน้อยที่สุด ทางแก้ไขคือ ลองเลี่ยงไปใช้น้ำหอมในสไตล์กลิ่นฟลอร่า หรือซิตรัส ที่จะให้ความรู้สึกสดชื่น แถมยังไม่มีกลิ่นเหม็นตอนเหงื่อออกอีกด้วยทางแก้ไขของการทำให้น้ำหอม มีความหอมติดทนนานขึ้นคือ การทาโลชั่นหรือครีมที่มีมอยซ์เจอไลเซอร์ โดยอาจเลือกกลิ่นเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เพื่อช่วยให้ผิวดูดซับน้ำหอมได้ดี ได้กลิ่นในทิศทางเดียวกัน และยังติดทนกว่าปกติมากขึ้น

หนุ่มผิวบอบบาง
สำหรับหนุ่มผิวบอบบางอาจจะต้องทำใจหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมกลิ่นฉุนๆ ไว้ก่อน หรืออาจเปลี่ยนจากการใช้น้ำหอมเป็นโลชั่นน้ำหอมแทน ซึ่งจะเป็นเนื้อโลชั่นบางเบาโดยอาจเลือกส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติดีกว่า เพราะแม้จะเลือกน้ำหอมที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และปราศจากนั่นโน่นนี่ แต่อย่าลืมว่าน้ำหอมมีส่วนผสมอยู่หลายๆ ชนิด โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ซึ่งหากไม่อยากเกิดอาการแพ้ แต่ต้องการรักษาไม่ให้มีกลิ่นตัว การเลือกโลชั่นน้ำหอมสไตล์ออแกนิค ที่แม้จะไม่ได้หอมมากแต่อย่างน้อยผิวคุณยังเนียนใส และมีกลิ่นหอมติดกายได้อย่างไม่อายสาวๆ อย่างแน่นอน