สาระน่ารู้

น้ำตาแห่งความสงสาร…กลิ่นอายแห่งความโศก…วันแม่ของเด็กกำพร้า

น้ำตาแห่งความสงสาร...กลิ่นอายแห่งความโศก...วันแม่ของเด็กกำพร้า

ก่อนหน้านี้เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา มีกระแสร้องเรียนให้ยกเลิกประเพณี ที่ให้เด็กพาคุณแม่ไปงานวันแม่ที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยจะให้เด็กนำดอกมะลิ หรือพวงมาลัยดอกไม้ไปมอบให้แก่คุณแม่ ในขณะที่เด็ก ๆ รู้สึกตื่นเต้นกับการได้แสดงความรัก ต่อคุณแม่นั้น ยังมีเด็กอีกส่วนหนึ่งที่ได้แค่เพียงนั่งมอง ซ้ำยังแอบมีน้ำตาอย่างที่ไม่สามารถกลั้นมันไว้ได้เลย เพราะความอายของเด็กเหล่านี้ถูกกลบไปด้วยความเศร้าใจจนหมดสิ้น พวกเค้าคือเด็กๆที่คุณแม่ไม่สามารถมาร่วมงานในวันนี้ได้ เพราะต่างต้องทำมาหากิน เพราะติดภารกิจใด ๆ หรือแม้กระทั่งไม่เคยรู้เสียด้วยซ้ำว่าแม่ของพวกเค้าเป็นใคร

น้ำตาแห่งความสงสาร...กลิ่นอายแห่งความโศก...วันแม่ของเด็กกำพร้า

เชื่อว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ล้วนแล้วแต่มีผู้ให้กำเนิด ซึ่งเราต่างก็รู้กันดีว่า “แม่” คือผู้หญิงคนหนึ่งที่คอยอุ้มท้องตลอดเวลาเก้าเดือน ด้วยร่างกายที่เริ่มเทอะทะ จะลุกนั่งก็ลำบาก แม้กระทั่งตอนนอนก็ยังลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เป็นแม่ไม่รู้คือ ไม่รู้ว่าเธอได้หลงรักคนในท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ความผูกพันมันเริ่มขึ้นตอนไหน รู้เพียงแต่ว่าต้องรักษาชีวิตน้อยๆนี้ให้ดีที่สุด แม้จะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน และสิ่งที่แม่ต้องการ ก็มีเพียงแค่ขอให้ตัวเองและลูกน้อยปลอดภัย เพื่อที่จะมีโอกาสได้เจอหน้ากันในไม่ช้านี้

น้ำตาแห่งความสงสาร...กลิ่นอายแห่งความโศก...วันแม่ของเด็กกำพร้า

แต่ไม่มีใครคาดคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากเด็กหนึ่งคนได้ลืมตาดูโลก เด็กส่วนใหญ่โชคดีที่ปลอดภัยคลอดออกมามีอวัยวะครบ 32 หน้าตาน่ารักน่าชัง แล้วชีวิตต่อจากนี้ไปของพวกเค้าก็จะมีพร้อมทุกสิ่งรวมทั้งครอบครัวที่อบอุ่น แต่ก็มีไม่น้อยที่เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับการสูญเสียแม่ผู้ให้กำเนิด ผู้เป็นแม่ไม่พร้อมที่จะให้การเลี้ยงดู หรือเป็นการตั้งครรภ์ของคุณแม่ที่ครอบครัวไม่ยอมรับ ทั้งหมดนี้ยังหมายรวมถึงเด็กที่พ่อแม่แยกทางกันแล้วต้องทิ้งลูกไว้ให้ปู่ย่า ตายาย เลี้ยงดู จนเกิดเป็นคำพูดที่เรียกเด็กเหล่านี้ว่า “เด็กกำพร้า”

น้ำตาแห่งความสงสาร...กลิ่นอายแห่งความโศก...วันแม่ของเด็กกำพร้า

วันแม่ของทุกๆปี ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกมะลิ ก็ยังมีกลิ่นอายของความเศร้าใจของเหล่าเด็กกำพร้าเจือปนอยู่เช่นเดิม คำพูดที่เรามักได้ยินเสมอว่า “เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า” มันทำให้เราต้องกลับมาทบทวนว่า แล้วเด็กกำพร้าเหล่านั้นเค้าจะเติบโตมาได้อย่างไรถ้าขาดความรักจากผู้เป็นแม่ ความเป็นจริงก็คือ ครอบครัวที่เหลืออยู่ และคนรอบข้างของเด็ก ๆ เหล่านี้ มีส่วนที่จะเป็นกำลังและแรงใจที่จะช่วยผลักดัน ให้พวกเค้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในวันข้างหน้าต่อไป