กว่าดอกไม้จะบาน…เพื่อสัมผัสกลิ่นอายความหอมที่ใครๆ ต่างพากันหลงใหล

‘กลิ่น’ ความหอมของดอกไม้บางชนิด กลายเป็นกลิ่นที่ฝังลึกความทรงจำ ที่ไม่น่าเชื่อว่ากลิ่นหอมสไตล์ต่างๆ จะทำให้คนเราสามารถจดจำเรื่องราวในอดีต และเรื่องราวสำคัญๆ ได้ดีกว่าการรับชมจากภาพหรือรับฟังจากเสียง ซึ่งความหอมเป็นของคู่กับสาวๆ มาหลายยุคสมัย การประพรมน้ำหอม หรือการดูแลเรื่องความหอมถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชนชั้นสูงในราชสำนัก และกลุ่มคนที่มีฐานะทางสังคมทำให้กลายเป็นเครื่องบอกฐานะในสมัยก่อน
โดยทั่วๆ ไปดอกไม้ที่มีกลิ่นความหอมมากๆ แบบคละคลุ้ง มักจะมีสีสันที่ไม่สะดุดตา ส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกที่มีดอกเล็กๆ สีขาว หรือสีอ่อนๆ แต่ก็มีหลายชนิดที่มีดอกใหญ่และสีสันสวยสดใสแล้วยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย ส่วนช่วงเวลาที่ดอกไม้บานจะแตกต่างกันไปตามชนิด ที่ส่วนใหญ่บานตอนเย็นหรือพลบค่ำหรือบานตอนเช้า โดยความยาวของช่วงเวลาที่ดอกบานก็เช่นกัน เพราะดอกไม้กลิ่นหอมๆ บางชนิดบานเพียงครึ่งวัน หรือบางชนิดบานเพียง 1-2 วันก็ร่วงไป บางชนิดบานหลายวันให้กลิ่นหอมยาวเป็นอาทิตย์ หรือบางดอกออกนานเป็นเดือนพร้อมส่งกลิ่นอายหอมๆ ก็มี ซึ่งอาจจะทยอยกันออกทีละช่อ ทีละกิ่ง กิ่งนั้นค่อยๆ ร่วงโรย แต่อีกหลายๆ กิ่งกำลังผลิบาน ทำให้ได้มีโอกาสเห็นความสวยงามของดอกไม้ พร้อมการได้สัมผัสกลิ่นอายความหอมอย่างต่อเนื่อง
ดอกไม้ในแต่ละชนิดยังมีความแตกต่างกันของช่วงที่ส่งกลิ่นหอมแรงที่สุดอีก ยังมีพวกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมๆ ที่อาจแยกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะของการส่งกลิ่นคือ ความหอมแบบใกล้ๆ ประมาณว่าดอกไม้พวกนี้ต้องดมที่ดอกโดยตรงจึงจะได้กลิ่นหอมๆ ติดจมูก หรือที่มีความใกล้เคียงกับที่กลายคนเรียกว่า เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่จะต่างจากพวกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมขจรขจาย ฟุ้งไปไกล หรือเรียกว่ากลิ่นหอมแรง แต่หากจะแยกตามประเภทของกลิ่น ก็คงจะแยกได้อีกมากมาย เพราะจะมีทั้งกลิ่นแห่งความหอมหวาน หอมฉุน หอมเย็น หอมเอียน หอมตลบ หอมมัน หอมละมุน หอมอบอวล ฯลฯ และยังมีคำที่ใช้บอกชนิดของกลิ่นดอกไม้เหล่านั้นว่ามีกลิ่นคล้ายอะไรอีกด้วย อย่างกลิ่นหอมๆ คล้ายข้าวใหม่ กลิ่นหอมๆ คล้ายขนมหวาน ซึ่งความพอใจ และความชื่นชอบใจต่อกลิ่นย่อมมีความแตกต่างกันไปตามความเคยชิน ตามกลุ่มเผ่าพันธุ์ และประเพณีของคนในกลุ่มนั้นๆ กลุ่มดอกไม้ที่ว่าหอมนั้นหลายชนิดอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับคนที่ได้รับการสัมผัสมากกว่าว่าชอบความหอมในกลิ่นสไตล์แบบไหน