สาระน่ารู้

กลิ่นอายความหอมของดอกชบา…ความงามที่ข้ามผ่านกาลเวลา

กลิ่นอายความหอมของดอกชบา...ความงามที่ข้ามผ่านกาลเวลา

ตั้งแต่จำความได้ เราก็เห็นดอกชบาอยู่รอบๆตัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดอกชบาสีสดที่ปลูกอยู่ที่ริมรั้วหน้าบ้าน ดอกชบาหนูที่ปลูกในสวนหย่อมของโรงเรียน แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วดอกชบาที่เราคุ้นเคยนั้นเป็นดอกไม้ที่มาจากต่าง ประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยนั้น พบว่ามีเรื่องราวและความเชื่อที่เกี่ยวกับดอกชบาตามประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน ไม่เว้นแม้แต่วรรณคดีไทยในเรื่องสังข์ทอง ซึ่งเราจะเห็นว่าเงาะป่าได้นำดอกชบาสีแดงสดมาทัดที่หู สิ่งนี้เองที่เป็นการช่วยยืนยันว่าดอกชบานั้นอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ถึงแม้จะไม่ใช่ดอกไม้ท้องถิ่นของไทยแต่เดิมก็ตามที

กลิ่นอายความหอมของดอกชบา...ความงามที่ข้ามผ่านกาลเวลา

ด้วยในปัจจุบันดอกชบาได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เราเห็นสีสันที่แตกต่างกันออกไป นอกจากขนาดของดอกที่ใหญ่และโดดเด่นสะดุดตาแล้ว สีสันที่สดใสและหลากหลายยังทำให้แปลกใจ จนบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าใช่ดอกชบาที่เราคุ้ยเคยและรู้จักมาก่อน ด้วยความที่ดอกชบาเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่ายตายยาก ตามบ้านเรือนของคนไทยในสมัยก่อนจึงนิยมที่จะปลูกต้นชบาไว้ดูดอกตามริมรั้วบ้าน เนื่องจากสามารถให้ดอกได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าดอกของชบาเองอาจจะไม่ได้มีกลิ่นหอมอันโดดเด่น ดังเช่นรูปลักษณ์และสีสันของมัน แต่ด้วยความที่เป็นไม้ดอกที่นิยมและปลูกสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ จึงทำให้เรายังคงเห็นดอกชบาอวดโฉมอยู่ริมรั้วดังเช่นเมื่อวัยเยาว์

กลิ่นอายความหอมของดอกชบา...ความงามที่ข้ามผ่านกาลเวลา

หลายประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ทั้งที่อยู่ในแถบทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย รวมถึงหมู่เกาะน้อยใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างเช่น หมู่เกาะฮาวาย และตาฮิติ เป็นต้น สาวๆชาวเกาะเหล่านี้ต่างก็นิยมนำดอกชบามาทัดหู หรือประดับตกแต่งส่วนต่างๆของร่างกายด้วยดอกชบา หรือสาวๆชาวเกาะที่แต่งกายในชุดพื้นเมืองจะต้องมีดอกชบาทัดหูหรือแซมผมอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันนี้ดอกชบาเองก็ถือได้ว่า เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ของหมู่เกาะเหล่านี้ไปปริยาย กลิ่นอายของความเป็นชาวเกาะ ได้ถูกส่งผ่านดอกไม้ชนิดนี้ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะสีสันของดอกชบา ที่ตัดกับสีของท้องฟ้าและน้ำทะเลได้อย่างลงตัว

กลิ่นอายความหอมของดอกชบา...ความงามที่ข้ามผ่านกาลเวลา

ถึงแม้ว่าดอกชบาจะเคยเป็นดอกไม้ที่ถูกใช้ในพิธีของการบูชาและการลงโทษมาแล้ว ซึ่งตามความเชื่อของคนบางกลุ่มอาจจะส่งผลให้ดอกชบาถูกมองว่าเป็นดอกไม้ต้องห้ามมาก่อน แต่ปัจจุบันในยุคที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าเช่นนี้ ความเชื่อต่างๆเหล่านี้ได้ ถูกกาลเวลาลบเลือนไปบ้าง ซึ่งหากไม่นับรวมกับความเชื่อต่างๆเหล่านี้แล้ว ดอกชบาเองก็คงจะจัดได้ว่าเป็นดอกไม้ที่ทัดหูได้งามมากที่สุดชนิดหนึ่งนั่นเอง